Читать книгу ชะตาแห่งมังกร - Морган Райс, Morgan Rice - Страница 15

บทที่ เก้า

Оглавление

เจ้าหญิงเกว็นโดลีนทรงวิ่งอยู่ในทุ่งหญ้า โดยมีราชาแม็คกิลผู้เป็นพระบิดาอยู่เคียงข้าง เจ้าหญิงยังทรงพระเยาว์ น่าจะชันษาราวสิบปี พระบิดาเองก็ยังทรงหนุ่มอยู่มาก เคราของพระองค์ยังสั้นและไม่มีสีดอกเลาเหมือนเช่นที่เป็นในช่วงท้ายของพระชนม์ชีพ พระฉวียังไม่มีริ้วรอยเหี่ยวย่น ดูอ่อนเยาว์และเปล่งปลั่ง พระองค์ทรงพระสำราญ ปราศจากความกังวล ทรงพระสรวลอย่างเต็มที่ขณะจูงพระหัตถ์เจ้าหญิงและวิ่งไปด้วยกันในทุ่งหญ้า นี่คือพระบิดาที่เจ้าหญิงทรงจำได้ พระบิดาที่พระนางทรงรู้จัก

พระบิดาทรงอุ้มเจ้าหญิงขึ้นเหนือพระอังสา แล้วทรงเหวี่ยงเจ้าหญิงไปรอบ ๆ พลางทรงพระสรวลดังขึ้นเรื่อย ๆ เจ้าหญิงเองก็ทรงพระสรวลคิกคักอย่างขบขัน พระนางทรงรู้สึกปลอดภัยในอ้อมพระกรของพระบิดา และทรงต้องการให้เวลาที่ได้อยู่ด้วยกันเช่นนี้ไม่มีวันสิ้นสุด

แต่เมื่อพระบิดาทรงวางพระนางลง มีเรื่องประหลาดเกิดขึ้น จู่ ๆ เวลากลางวันก็เปลี่ยนจากยามบ่ายที่สดใสเป็นเวลาสนธยา เมื่อพระบาทของเจ้าหญิงเกว็นสัมผัสพื้น กลับไม่มีดอกไม้ในทุ่งหญ้า แต่พระบาทกลับจุ่มลงไปในโคลนลึกถึงข้อพระบาท พระบิดาทรงนอนอยู่ในโคลนห่างจากเจ้าหญิงไปไม่กี่ฟุต ทรงชราขึ้นมาก มากเกินไป พระองค์ทรงติดอยู่ในโคลน มงกุฎของพระองค์เป็นประกายอยู่ในโคลนห่างออกไปอีก

“เกว็นโดลีน” พระบิดาตรัส “ลูกสาวพ่อ ช่วยพ่อด้วย”

พระองค์ทรงยกพระหัตถ์ขึ้นจากโคลน และยื่นมาหาเจ้าหญิงอย่างสิ้นหวัง

เจ้าหญิงทรงเร่งรีบที่จะช่วยพระบิดา ทรงพยายามที่จะไปให้ถึงพระองค์ เพื่อจับพระหัตถ์ไว้ แต่พระบาทของพระนางไม่ขยับเขยื้อน เมื่อทรงทอดพระเนตรดูกลับเห็นโคลนจับตัวแข็งอยู่โดยรอบ โคลนแห้งและแตก เจ้าหญิงทรงพยายามบิดองค์เพื่อให้เป็นอิสระ

เจ้าหญิงเกว็นทรงกระพริบพระเนตรและพบว่าพระนางกำลังประทับอยู่บนเชิงเทินในปราสาท ทอดพระเนตรลงไปยังเขตราชฐานเบื้องล่าง มีบางอย่างผิดปกติ ขณะที่พระนางทอดพระเนตรนั้น กลับไม่เห็นความรุ่งโรจน์และงานเฉลิมฉลองตามปกติ แต่ทรงเห็นสุสานทอดตัวเหยียดยาวแทน สถานที่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นราชสำนักอันรุ่งเรืองของพระราชา กลับกลายเป็นหลุมฝังศพเพิ่งกลบใหม่มากมายสุดสายตา

เจ้าหญิงทรงได้ยินเสียงฝีเท้า เมื่อทรงหันไปพบมือสังหาร พระหทัยแทบหยุดเต้น มันสวมเสื้อคลุมสีดำมีผ้าคลุมศีรษะกำลังเข้ามาใกล้พระนาง มันวิ่งรี่เข้ามาหา พลางเปิดผ้าคลุมศีรษะออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ผิดปกติ ดวงตาหายไปข้างหนึ่ง มีแผลเป็นหนาและขรุขระพาดเบ้าตา มันส่งเสียงคำราม ยกมือข้างหนึ่งขึ้น เห็นมีดสั้นเป็นประกาย มีด้ามสีแดงแวววาว

มันเคลื่อนที่เร็วมากจนเจ้าหญิงไม่อาจตอบโต้ได้ทันกาล พระนางจึงเตรียมพร้อม ทรงรู้ว่ากำลังจะถูกสังหารเมื่อมันจ้วงแทงมีดสั้นลงมาเต็มแรง

จู่ ๆ มันก็หยุด ห่างจากพระพักตร์ไปเพียงไม่กี่นิ้ว เมื่อเจ้าหญิงลืมพระเนตรขึ้นก็เห็นพระบิดาทรงประทับอยู่ตรงนั้น ซากพระศพของพระองค์ทรงจับข้อมือของมือสังหารไว้ แล้วบีบจนมันทิ้งมีดในมือลง จากนั้นจึงทรงยกตัวมันขึ้นเหนือพระอังสาแล้วเหวี่ยงลงไปจากเชิงเทิน เจ้าหญิงเกว็นทรงได้ยินเสียงกรีดร้องของมันขณะที่ร่วงลงไป

พระบิดาทรงหันมาและทอดพระเนตรพระนาง พระองค์ทรงจับพระอังสาของเจ้าหญิงไว้แน่นด้วยพระหัตถ์ที่กำลังเน่าเปื่อย สีพระพักตร์จริงจัง

“ที่นี่ไม่ปลอดภัยสำหรับเจ้า” พระบิดาทรงเตือน “มันไม่ปลอดภัย!” พระองค์ทรงตะโกน พระหัตถ์จิกแน่นที่พระอังสาจนทำให้เจ้าหญิงทรงร้องออกมา

เจ้าหญิงเกว็นทรงตื่นบรรทมพลางส่งเสียงร้อง พระนางประทับนั่งบนพระแท่น และมองไปรอบ ๆ ห้องบรรทม หาผู้ที่จะมาทำร้าย

แต่พระนางกลับพบเพียงความเงียบ ความเงียบงันนิ่งสนิทในยามใกล้รุ่งสาง

เจ้าหญิงพระเสโทไหล และทรงหอบหายใจ พระนางลุกจากพระแท่น ทรงสวมฉลองพระองค์ชุดนอนลูกไม้ และรีบเสด็จไปยังอ่างหินใบเล็ก ทรงวักน้ำขึ้นลูบพระพักตร์ครั้งแล้วครั้งเล่า เจ้าหญิงทรงเอนพระวรกายพิงผนังห้อง ทรงรู้สึกถึงความเย็นจากพื้นหินบนพระบาทเปลือยเปล่าในยามเช้าของฤดูร้อน และทรงพยายามตั้งพระสติ

ความฝันนั้นช่างเหมือนจริง พระนางทรงรู้ว่านี่เป็นมากกว่าความฝัน เป็นคำเตือนจากพระบิดา เป็นข้อความ พระนางทรงรู้สึกว่าควรรีบไปจากราชสำนักในตอนนี้และไม่กลับมาอีก

เจ้าหญิงทรงรู้ว่ามีบางอย่างที่ไม่สามารถทำได้ พระนางต้องตั้งพระสติเพื่อให้เกิดปัญญา แต่ทุกครั้งที่ทรงกระพริบพระเนตร จะเห็นพระพักตร์ของพระบิดา ทรงรู้สึกถึงคำเตือนของพระองค์ เจ้าหญิงต้องทำบางอย่างเพื่อสลัดภาพฝันนั้นออกไป

เจ้าหญิงเกว็นทอดพระเนตรออกไปและทรงเห็นอาทิตย์ดวงแรกกำลังจะพ้นขอบฟ้า พระนางทรงคิดถึงสถานที่เดียวที่จะช่วยให้ทรงสงบพระทัย แม่น้ำแห่งราชา ใช่แล้ว พระนางจะต้องไปที่นั่น

*

เจ้าหญิงเกว็นโดลีนดำผุดดำว่ายอยู่ในสายน้ำเย็นเฉียบของแม่น้ำแห่งราชา ทรงกลั้นหายใจและมุดลงไปใต้น้ำ พระนางประทับอยู่ในสระว่ายน้ำธรรมชาติเล็ก ๆ สลักขึ้นจากหิน ซ่อนตัวอยู่ในน้ำพุด้านบนที่ทรงค้นพบและเสด็จมาเสมอนับตั้งแต่ทรงพระเยาว์ เจ้าหญิงทรงดำอยู่ใต้น้ำและอ้อยอิ่งอยู่เช่นนั้น ทรงรู้สึกถึงสายน้ำเย็นที่ไหลผ่านพระเกศา และพระเศียร รู้สึกถึงสายน้ำที่ชำระล้างและทำความสะอาดพระวรกายเปลือยเปล่า

พระนางทรงค้นพบสถานที่ส่วนตัวนี้ในวันหนึ่ง มันซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหมู่ไม้ สูงขึ้นไปบนภูเขา เป็นที่ราบสูงเล็ก ๆ ที่สายน้ำในแม่น้ำไหลเอื่อยและทำให้เกิดสระที่ลึกและน้ำนิ่ง เหนือพระนางขึ้นไปสายน้ำไหลช้า ๆ ส่วนด้านล่างสายน้ำยังคงไหลลงมา แต่ที่นี่ บนที่ราบสูงแห่งนี้ กระแสน้ำไหลช้าที่สุด สระน้ำลึก หินก็เรียบลื่น สถานที่นี้หลบซ่อนอยู่อย่างดี จนพระนางทรงสามารถเปลือยพระวรกายสรงน้ำได้อย่างเพลิดเพลิน เจ้าหญิงเสด็จมาที่นี่เกือบจะทุกเช้าในฤดูร้อน เมื่อดวงอาทิตย์เริ่มขึ้น เพื่อให้พระหทัยปลอดโปร่ง และโดยเฉพาะในวันเช่นวันนี้ ที่ความฝันนั้นตามหลอกหลอนพระนาง เช่นที่มักจะเกิดขึ้น ที่นี่เป็นที่หลบลี้เพียงแห่งเดียวของพระนาง

มันเป็นเรื่องยากสำหรับเจ้าหญิงเกว็นที่จะทรงรู้ว่านั่นเป็นเพียงความฝันหรือเป็นมากกว่านั้น พระนางจะทรงรู้ได้อย่างไรว่าความฝันนั้นเป็นสารบอกข่าว เป็นลางบอกเหตุ? จะทรงรู้หรือไม่ว่ามันเป็นเพียงการเล่นตลกของความคิดหรือว่าพระนางทรงได้รับโอกาสที่จะกระทำการบางอย่าง?

เจ้าหญิงเกว็นโดลีนทรงโผล่ขึ้นมาหายพระทัย ทรงสูดอากาศอุ่นยามเช้าในฤดูร้อน ฟังเสียงนกร้องเพลงอยู่ตามต้นไม้รอบ ๆ พระนางเอนองค์พิงก้อนหิน พระวรกายจมอยู่ในน้ำจนถึงพระศอ ทรงนั่งอยู่บนพระแท่นตามธรรมชาติใต้น้ำ พลางคิดทบทวน เจ้าหญิงทรงวักน้ำขึ้นใส่พระพักตร์แล้วลูบพระเกศายาวสีสตรอเบอรี พระนางทอดเนตรมองผิวน้ำใสที่สะท้อนเงาท้องฟ้า มองเห็นอาทิตย์ดวงที่สองที่กำลังขึ้น เห็นหมู่ไม้โค้งเป็นซุ้มอยู่เหนือสระน้ำ และเห็นพระพักตร์ของพระนางเอง พระเนตรรูปยาวรีสีฟ้าเป็นประกายกำลังมองตอบมาจากเงาสะท้อนที่ไหวเป็นระลอก เจ้าหญิงทรงเห็นพระบิดาในสิ่งเหล่านี้ พระนางทรงเมินกลับมาแล้วคิดถึงความฝันอีกครั้ง

เจ้าหญิงเกว็นทรงรู้ดีว่าการประทับอยู่ในราชสำนักทั้งที่ยังมีผู้ลอบปลงพระชนม์พระบิดาอยู่นั้นเป็นเรื่องอันตรายสำหรับพระนาง อีกทั้งยังมีบรรดาสายลับและแผนการต่าง ๆ โดยเฉพาะเมื่อมีกาเร็ธเป็นราชา เชษฐาของพระนางนั้นคาดเดาไม่ได้ ผูกพยาบาท หวาดระแวง และขี้อิจฉา เขามองว่าทุกคนเป็นภัย โดยเฉพาะพระนาง อะไรก็เกิดขึ้นได้ เจ้าหญิงทรงรู้ว่าพระนางไม่ปลอดภัย ไม่มีใครปลอดภัย

แต่เจ้าหญิงเกว็นไม่ใช่คนที่วิ่งหนี พระนางทรงต้องการรู้ให้แน่ว่าใครคือฆาตกรที่สังหารพระบิดา และหากเป็นกาเร็ธ เจ้าหญิงจะไม่ทรงหนีจนกว่าจะนำตัวเขามาสู่กระบวนการยุติธรรม ทรงรู้ว่าดวงพระวิญญาณของพระบิดายังไม่สงบจนกว่าฆาตกรจะถูกจับ ความยุติธรรมเป็นสิ่งที่พระบิดาทรงเรียกร้องมาตลอดพระชนม์ชีพ ซึ่งพระองค์เองก็ควรจะได้รับความยุติธรรมเช่นเดียวกับคนทั่วไปแม้จะสวรรคตไปแล้ว

เจ้าหญิงเกว็นทรงคิดถึงตอนที่พระนางและเจ้าชายก็อดฟรีย์ได้พบกับสเตฟเฟนขึ้นมาอีก พระนางมั่นพระทัยว่าสเตฟเฟนปิดบังบางอย่างไว้ และทรงสงสัยว่ามันคืออะไร ใจหนึ่งทรงคิดว่าเขาอาจจะยอมเปิดปากเมื่อพร้อม แต่หากเขาไม่ทำเล่า? เจ้าหญิงทรงรู้สึกว่าต้องรีบหาตัวฆาตกร แต่ไม่รู้ว่าควรจะมองหาที่ไหน

เจ้าหญิงเกว็นโดลีนลุกขึ้นจากพระแท่นใต้น้ำในที่สุด พระนางเดินขึ้นฝั่งด้วยพระวรกายเปลือยเปล่า สั่นสะท้านกับอากาศในยามเช้า ทรงแอบเข้าหลังพุ่มไม้หนา แล้วเอื้อมขึ้นหยิบผ้าเช็ดตัวจากกิ่งไม้เช่นที่ทรงทำเสมอ

แต่เมื่อทรงเอื้อมพระหัตถ์ขึ้นไป ก็ต้องตกพระทัยที่ไม่พบผ้าเช็ดตัวอยู่ที่เดิม พระนางประทับยืนอยู่ตรงนั้น เปลือยเปล่า เปียกโชกและไม่เข้าพระทัยสิ่งที่เกิดขึ้น พระนางแน่ใจว่าทรงแขวนผ้าไว้ที่นั่นเหมือนเช่นที่เคยทำเสมอ

ขณะที่เจ้าหญิงกำลังประหลาดพระทัย สั่นสะท้านและพยายามที่จะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น ทันใดนั้นพระนางทรงรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวที่ด้านหลัง มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทุกอย่างดูพร่าเลือน ทันใดนั้นเจ้าหญิงทรงรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นเมื่อรู้ว่ามีชายคนหนึ่งยืนอยู่ด้านหลังพระนาง

มันเกิดขึ้นเร็วเกินไป ในไม่กี่วินาทีนั้นชายสวมเสื้อคลุมสีดำมีผ้าคลุมหน้าเหมือนในความฝันก็มาอยู่ด้านหลังพระนาง มันคว้าเจ้าหญิงไว้จากทางด้านหลัง ใช้มือผอมเป็นกระดูกปิดพระโอษฐ์ไว้ ปิดกั้นเสียงกรีดร้องของพระนางขณะที่มันจับพระวรกายไว้แน่น โดยใช้มืออีกข้างรัดไว้ที่บั้นพระองค์ ดึงเจ้าหญิงเข้าชิดตัวแล้วยกขึ้นพ้นจากพื้น

เจ้าหญิงทรงถีบขาอยู่ในอากาศ พยายามกรีดร้องจนมันวางพระนางลง แต่ยังคงจับไว้แน่น เจ้าหญิงพยายามดิ้นให้พ้นจากการจับกุมแต่มันแข็งแรงมากเกินไป มันยื่นมือมาและเจ้าหญิงเกว็นทรงเห็นมันถือมีดสั้นที่มีด้ามสีแดงแวววาว เหมือนที่ทรงเห็นในความฝัน มันคือคำเตือนนั่นเอง

พระนางทรงรู้สึกถึงคมมีดแนบที่พระศอ มันถือมีดจ่อแน่นจนหากพระนางขยับไปทางใด มีดก็คงจะปาดพระศอ น้ำพระเนตรไหลลงมาตามพระปรางขณะที่ทรงพยายามหายพระทัย เจ้าหญิงทรงกริ้วพระองค์เองที่ช่างโง่เขลา พระนางควรจะรอบคอบมากกว่านี้

“ทรงจำข้าได้ไหม?” มันทูลถามขึ้น

มันชะโงกหน้ามา เจ้าหญิงทรงรู้สึกถึงลมหายใจร้อนเหม็นสาบที่พระปราง และเห็นใบหน้ามัน พระหทัยของพระนางแทบหยุดเต้น เมื่อทรงเห็นว่ามันเป็นใบหน้าจากความฝัน ชายคนที่ดวงตาหายไปข้างหนึ่งและแผลเป็น

“ได้” พระนางตรัสบอกเสียงสั่น

มันเป็นใบหน้าที่ทรงรู้จักดี เจ้าหญิงไม่ทรงรู้จักชื่อของมันแต่ทรงรู้ว่ามันเป็นองครักษ์ชั้นต่ำ ที่มักจะคอยอยู่รอบตัวกาเร็ธนับตั้งแต่ยังเด็ก มันคือผู้ส่งสารของกาเร็ธ เชษฐาของพระนางจะส่งมันไปหาใครก็ตามที่ต้องการขู่ให้กลัว ทรมาน หรือต้องการสังหาร

“เจ้าเป็นสุนัขรับใช้ของพี่ชายข้า” เจ้าหญิงตรัสตอบอย่างไม่เกรงกลัว

มันยิ้มเห็นฟันหลอ

“ข้าคือผู้ส่งสารของพระองค์” มันทูล “และสารของข้ามาพร้อมกับอาวุธพิเศษที่จะช่วยให้พระนางจดจำได้ ข้อความจากพระราชาถึงเจ้าหญิงในวันนี้คือ จงหยุดถามคำถาม เป็นสารที่พระนางจะทรงจำได้ดี เพราะเมื่อข้าเสร็จสิ้นภารกิจกับพระนางแล้ว รอยแผลที่ข้าจะทิ้งไว้บนพระพักตร์งดงามของเจ้าหญิงจะทำให้ทรงจำไปตลอดพระชนม์ชีพ”

มันพ่นลมหายใจผ่านจมูกแล้วเงื้อมีดขึ้นสูงก่อนจะจ่อลงมาที่พระพักตร์

ไม่!” เจ้าหญิงเกว็นทรงกรีดร้อง

เจ้าหญิงทรงเตรียมรับรอยกรีดที่จะเปลี่ยนชีวิตของพระนาง

แต่ขณะที่คมกรีดเคลื่อนลงมานั้น มีบางอย่างเกิดขึ้น จู่ ๆ ก็มีนกร้องเสียงแหลม บินโฉบลงมาจากท้องฟ้า พุ่งเข้าใส่ชายชุดดำ เจ้าหญิงทรงเหลือบมองและจำได้ในวินาทีสุดท้าย

เอสโตฟิลีส

มันโฉบลงมา กางกรงเล็บออกและข่วนที่ใบหน้าของชายชุดดำขณะที่กำลังลดมีดสั้นลงมา

คมมีดเพิ่งบาดเข้าที่พระปรางและสร้างความเจ็บแปลบให้เจ้าหญิง เมื่อจู่ ๆ ก็เปลี่ยนทิศทาง ชายชุดดำส่งเสียงร้อง ทิ้งมีดลงแล้วยกมือขึ้น เจ้าหญิงเกว็นทรงเห็นแสงสีขาวสว่างวาบขึ้นบนท้องฟ้า ดวงอาทิตย์ส่องแสงอยู่หลังกิ่งไม้ และเห็นเอสโตฟิลีสบินจากไป พระนางทรงรู้ว่าพระบิดาทรงส่งเหยี่ยวตัวนี้มา

เจ้าหญิงเกว็นไม่ทรงรอช้า พระนางหมุนองค์ เอนไปด้านหลังแล้วทำเหมือนที่ครูฝึกสอนมา ทรงเตะเข้าที่ช่องท้องของชายชุดดำอย่างแรงด้วยพระบาทเปล่า เข้าเป้าอย่างเหมาะเจาะ มันทรุดตัวลงรู้สึกถึงแรงเตะจากพระเพลาของเจ้าหญิงขณะที่ฟาดเข้าใส่มันเต็มแรง เจ้าหญิงเกว็นทรงจดจำได้นับตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ว่าพระนางไม่จำเป็นต้องแข็งแกร่งจึงจะตอบโต้ผู้ที่เข้ามาทำร้ายได้ เพียงแต่ต้องใช้กล้ามเนื้อที่แข็งแรงที่สุด ซึ่งคือพระเพลา และเล็งให้เข้าเป้า

ขณะที่ชายชุดดำทรุดอยู่ตรงนั้น เจ้าหญิงทรงก้าวไปข้างหน้า กระชากผมมันหงายหน้าแล้วยกพระชานุขึ้น เล็งเป้าให้แม่นยำอีกครั้ง แล้วกระแทกเข้าที่สันจมูกมันอย่างเหมาะเหม็ง

เจ้าหญิงเกว็นได้ยินเสียงแตกอย่างพอพระทัย และทรงรู้สึกถึงโลหิตอุ่นไหลทะลักเปื้อนพระเพลา ขณะที่ชายชุดดำล้มพับลงกับพื้น พระนางทรงรู้ว่าได้กระแทกจมูกของมันหัก

เจ้าหญิงทรงรู้ว่าควรจะจัดการมันให้เด็ดขาด ใช้มีดสั้นเล่มนั้นแทงเข้าไปในหัวใจของมัน

แต่พระนางประทับเปลือยเปล่าอยู่ตรงนั้น สัญชาตญาณของพระนางบอกให้หาเสื้อผ้าคลุมพระวรกายและเสด็จไปจากที่นี่เสีย เจ้าหญิงไม่ต้องการให้โลหิตของชายคนนี้เปื้อนพระหัตถ์ แม้ว่ามันสมควรจะได้รับเพียงใดก็ตาม

ดังนั้นเจ้าหญิงจึงทรงเอื้อมไปหยิบมีดของมันแล้วโยนลงไปในแม่น้ำ ทรงสวมฉลองพระองค์และเตรียมที่จะหนีไป แต่ก่อนจะจากมา พระนางทรงหันกลับไป รวบรวมพระกำลังแล้วเตะมันเข้าที่หว่างขาอย่างแรงที่สุดเท่าที่จะทรงทำได้

ชายชุดดำร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ขดตัวงอเหมือนสัตว์ที่บาดเจ็บ

เจ้าหญิงเกว็นทรงสั่นกลัวอยู่ภายใน รู้ดีว่าพระนางทรงเฉียดความตายมาเฉียดฉิวเพียงใด หรืออย่างน้อยอาจจะพิกลพิการ ทรงรู้สึกถึงรอยแผลเจ็บแปลบที่พระปราง และรู้ว่าอาจจะมีรอยแผลเป็นบ้างแม้จะเล็กน้อย เจ้าหญิงทรงตกพระทัยแต่พระนางไม่ต้องการแสดงให้มันเห็น เพราะในขณะเดียวกันทรงรู้สึกถึงพละกำลังแปลกใหม่ที่ก่อตัวขึ้นในพระวรกาย พลังของพระบิดา พลังของราชาแม็คกิลทั้งเจ็ดรัชกาล เป็นครั้งแรกที่เจ้าหญิงทรงรู้สึกว่าพระนางเองก็แข็งแกร่งเช่นเดียวกัน แข็งแกร่งเหมือนพี่น้องคนอื่น ๆ แข็งแกร่งไม่แพ้พวกเขาคนใด

ก่อนที่เจ้าหญิงจะจากมา พระนางทรงก้มลงไปใกล้เพื่อให้ชายชุดดำได้ยินสิ่งที่ทรงตรัสท่ามกลางเสียงร้องครวญครางของตัวเอง

“ถ้าเข้ามาใกล้ข้าอีก” เจ้าหญิงเกว็นทรงตะคอก “ข้าจะฆ่าเจ้าด้วยมือข้าเอง”

ชะตาแห่งมังกร

Подняться наверх